Skip to content
Home » คราฟต์เบียร์ คือ

คราฟต์เบียร์ คือ

คราฟต์เบียร์ คือ

คราฟต์เบียร์ คือ เบียร์ที่แสดงเอกลักษณ์ท้องถิ่น

คราฟต์เบียร์ คือ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เป็นเบียร์ที่มีการผลิตแบบดั้งเดิม เน้นคุณภาพและรสชาติที่เฉพาะตัว คราฟเบียร์ไทย โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน คราฟต์เบียร์จึงมีความหลากหลายทั้งในด้านของรสชาติ สีสัน และกลิ่นหอม ต่างจากเบียร์แบบอุตสาหกรรมที่ผลิตในปริมาณมากด้วยเครื่องจักร ทำให้รสชาติมีความคล้ายคลึงกันเบียร์คราฟต์คืออะไร

ประวัติของคราฟต์เบียร์

คราฟต์เบียร์มีประวัติมายาวนานกว่า 5,000 ปี โดยเริ่มขึ้นจากการผลิตเบียร์เพื่อบริโภคในครัวเรือนของแต่ละครอบครัว ต่อมาเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม การผลิตเบียร์จึงถูกเปลี่ยนเป็นการผลิตจำนวนมากด้วยเครื่องจักร ส่งผลให้เบียร์มีรสชาติที่เหมือนกัน และขาดความหลากหลายประวัติคราฟต์เบียร์ ในช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องคุณภาพและรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นวิธีทำคราฟต์เบียร์ ส่งผลให้การผลิตคราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมอีกครั้ง โรงเบียร์ขนาดเล็ก (Microbrewery) เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก โดยเน้นการผลิตเบียร์ที่มีรสชาติเฉพาะตัวคราฟต์เบียร์ไทย

ประเภทของคราฟต์เบียร์

คราฟต์เบียร์มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ และกระบวนการผลิตดื่มคราฟต์เบียร์ดีมั้ย โดยทั่วไปแล้ว คราฟต์เบียร์สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • เบียร์ลาเกอร์ (Lager) เป็นเบียร์ที่มีสีเหลืองทอง รสชาติอ่อน ดื่มง่าย นิยมดื่มเย็นๆ เบียร์ลาเกอร์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Pilsner, Helles, Marzen, Oktoberfest, Bock, และ Doppelbock
  • เบียร์เอล (Ale) เป็นเบียร์ที่มีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีเหลืองทองไปจนถึงสีดำ รสชาติเข้มข้น มีหลายรูปแบบให้เลือกดื่ม เบียร์เอลที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Pale Ale, India Pale Ale (IPA), Porter, และ Stout
  • เบียร์บรูต์ (Bière Brut) เป็นเบียร์ที่มีรสชาติเปรี้ยว ผลิตจากยีสต์ที่กินน้ำตาลแลคโตสจนหมด เบียร์บรูต์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Lambic, Gueuze, และ Kriek
  • เบียร์สตีฟต์ (Stout) เป็นเบียร์ที่มีสีดำ รสชาติเข้มข้น มักมีกลิ่นควัน ผลิตจากมอลต์ไหม้ เบียร์สตีฟต์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Dry Stout, Imperial Stout, และ Oatmeal Stout
คราฟต์เบียร์ คือ

คราฟต์เบียร์ในประเทศไทย

คราฟต์เบียร์เริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา โรงเบียร์ขนาดเล็กในประเทศไทยเกิดขึ้นมากมายแนะนำร้านคราฟต์เบียร์ โดยเน้นการผลิตเบียร์ที่มีรสชาติเฉพาะตัว เหมาะกับผู้บริโภคชาวไทย เบียร์คราฟต์ไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Udomsuk, Golden Coins, Triple Pearl, Sandport, Devanom, Mahanakorn Brewery, Pheebok, และ Full Moon Brewworks

คราฟต์เบียร์ คือ

การดื่มคราฟต์เบียร์

การดื่มคราฟต์เบียร์นั้น ไม่ควรดื่มแบบเย็นจัด ควรดื่มในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม โดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิในการดื่มคราฟต์เบียร์จะอยู่ที่ 4-10 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับประเภทของเบียร์เบียร์คราฟต์ที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ การดื่มคราฟต์เบียร์ยังควรดื่มอย่างช้าๆ เพื่อสัมผัสกับรสชาติและกลิ่นหอมของเบียร์ได้อย่างเต็มที่

คราฟต์เบียร์กับสุขภาพ

คราฟต์เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูง แต่ก็มีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด เช่น วิตามินบี วิตามินซี และโพลีฟีนอล ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การดื่มคราฟต์เบียร์มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ปัญหาการย่อยอาหาร โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคตับ

กฎหมายการผลิตคราฟต์เบียร์ไทย

กฎหมายคราฟต์เบียร์ประเทศไทยมีการออกกฎหมายควบคุมการผลิตสุรามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 โดยกำหนดให้การผลิตสุราต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ซึ่งรวมถึงการผลิตเบียร์ด้วย กฎหมายการผลิตสุราของประเทศไทยในปัจจุบันกำหนดให้ผู้ผลิตเบียร์ต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆ คราฟต์เบียร์ถูกกฎหมาย ดังนี้

  • ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
  • ต้องมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตรต่อปี
  • ต้องมีโรงเบียร์ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด
  • ต้องมีใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต

เงื่อนไขเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดทุนทรัพย์และพื้นที่ในการผลิต ในปี พ.ศ. 2565 กรมสรรพสามิตได้ออกกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565 ซึ่งได้ปรับลดเงื่อนไขบางประการสำหรับการผลิตคราฟต์เบียร์ โดยกำหนดให้ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

  • ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
  • ต้องมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 50,000 ลิตรต่อปี
  • ต้องมีโรงเบียร์ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด
  • ต้องมีใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต

การปรับลดเงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขบางประการยังคงเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายย่อย เช่น การกำหนดทุนจดทะเบียนและกำลังการผลิตขั้นต่ำ นอกจากนี้ กฎหมายการผลิตสุราของประเทศไทยยังกำหนดให้ผู้ผลิตเบียร์ต้องเสียภาษีสรรพสามิต โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเบียร์รีวิวเบียร์คราฟต์

อัตราภาษีสรรพสามิตเบียร์ในปัจจุบันมีดังนี้

  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 0.5% ภาษีสรรพสามิต 0 บาท
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 0.5% ถึง 0.9% ภาษีสรรพสามิต 20 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 1% ถึง 1.2% ภาษีสรรพสามิต 30 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 1.3% ถึง 1.5% ภาษีสรรพสามิต 40 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 1.6% ถึง 1.8% ภาษีสรรพสามิต 50 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 1.9% ถึง 2.1% ภาษีสรรพสามิต 60 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 2.2% ถึง 2.4% ภาษีสรรพสามิต 70 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 2.5% ถึง 2.7% ภาษีสรรพสามิต 80 บาทต่อลิตร
  • เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 2.8% ถึง 3.0% ภาษีสรรพสามิต 90 บาทต่อลิตร

อัตราภาษีสรรพสามิตเบียร์ในประเทศไทยเป็นอัตราภาษีที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาเบียร์ในประเทศไทยมีราคาแพงกว่าประเทศอื่นๆ

ผลกระทบของกฎหมายการผลิตคราฟต์เบียร์ไทย

กฎหมายการผลิตคราฟต์เบียร์ไทยในปัจจุบันมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย ดังนี้

  • อุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์: เงื่อนไขบางประการของกฎหมายการผลิตสุราเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดทุนทรัพย์และพื้นที่ในการผลิต
  • ผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง: อัตราภาษีสรรพสามิตเบียร์ในประเทศไทยเป็นอัตราภาษีที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาเบียร์ในประเทศไทยมีราคาแพงกว่าประเทศอื่นๆ
  • ขาดการแข่งขันในตลาด: กฎหมายการผลิตสุราที่เข้มงวดส่งผลให้มีผู้ผลิตคราฟต์เบียร์รายใหญ่เพียงไม่กี่รายในตลาด ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการเลือกซื้อเบียร์น้อยลง

แนวทางการปรับปรุงกฎหมายการผลิตคราฟต์เบียร์ไทย

แนวทางการปรับปรุงกฎหมายการผลิตคราฟต์เบียร์ไทยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย ดังนี้

  • ผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการ: ผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการของกฎหมายการผลิตสุรา เช่น กำหนดทุนจดทะเบียนและกำลังการผลิตขั้นต่ำที่ต่ำกว่าปัจจุบัน
  • ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต: ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตเบียร์เพื่อลดต้นทุนการผลิตและราคาขาย
  • ส่งเสริมการแข่งขันในตลาด: ส่งเสริม

คราฟต์เบียร์ คือ เบียร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

คราฟต์เบียร์เป็นเบียร์ที่มีการผลิตแบบดั้งเดิม เน้นคุณภาพและรสชาติที่เฉพาะตัว คราฟต์เบียร์มีหลากหลายประเภทให้เลือกดื่ม ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล การดื่มคราฟต์เบียร์ควรดื่มอย่างช้าๆ และดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อสุขภาพที่ดี

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/คราฟต์เบียร์